กลับไปหน้าบทความ
รีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์รถยนต์ ข้อดี ข้อเสีย พร้อม 5 เคสกรณีตัวอย่าง

2 มิถุนายน 25699 นาทีโดย ASN Finance Team
รีไฟแนนซ์รถยนต์ ข้อดี ข้อเสีย พร้อม 5 เคสกรณีตัวอย่าง

รีไฟแนนซ์รถไม่ได้คุ้มกับทุกคน — คนที่รีไฟแนนซ์ผิดเวลาอาจจ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้น แม้ค่างวดรายเดือนจะลดลง

บทความนี้รวบรวมข้อดีข้อเสียของรีไฟแนนซ์รถยนต์ไว้ครบ พร้อม 5 เคสที่ควรทำและ 5 เคสที่ไม่ควรทำ พร้อมตัวอย่างคำนวณ 3 สถานการณ์จริง เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนยื่น


ข้อดีของการรีไฟแนนซ์รถยนต์

การรีไฟแนนซ์รถมีประโยชน์ชัดเจนใน 5 ด้านหลัก เมื่อเงื่อนไขเหมาะสม

1. ดอกเบี้ยลด ค่างวดลดทันที: ถ้าอัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิม ค่างวดรายเดือนลดลงทันทีตั้งแต่งวดแรกของสัญญาใหม่ เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ชัดเจนที่สุด

2. ยืดระยะเวลาผ่อน ลดค่างวดรายเดือน: แม้อัตราดอกเบี้ยไม่ต่างกันมาก การขยายระยะเวลาจาก 24 เดือนเป็น 60 เดือนช่วยลดค่างวดต่อเดือนได้ 40-50% เหมาะสำหรับคนที่รายได้ลดลงและต้องการสภาพคล่องทันที (ASN Finance รับสูงสุด 60 เดือน)

3. ได้เงินก้อนเพิ่ม (top-up loan): ถ้ามูลค่ารถปัจจุบันสูงกว่ายอดหนี้ที่เหลือ สามารถขอวงเงินเพิ่มเกินยอดหนี้เดิมได้ เงินส่วนต่างจะถูกโอนให้เป็นเงินสด ใช้ได้ตามต้องการ

4. เปลี่ยนไปอยู่กับ finance company ที่ดีกว่า: ถ้าเจ้าหนี้เดิมบริการไม่ดี เงื่อนไขไม่ยืดหยุ่น หรือมีปัญหาในการติดต่อ รีไฟแนนซ์คือโอกาสย้ายไปอยู่กับผู้ให้บริการที่ดีกว่าโดยไม่ต้องขายรถ

5. ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน: รายได้เปลี่ยนแปลงได้ รีไฟแนนซ์ให้โอกาส reset สัญญาให้ตรงกับความสามารถในการจ่ายตอนนี้ ดีกว่าปล่อยให้ค้างชำระจนเสียประวัติ


ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์รถยนต์

ก่อนตัดสินใจ ต้องเข้าใจข้อเสียเหล่านี้ด้วย

1. ดอกเบี้ยรวมอาจสูงขึ้น: ถ้ายืดระยะเวลาออกนาน แม้ค่างวดรายเดือนลดลง แต่ดอกเบี้ยสะสมตลอดสัญญาจะสูงขึ้น เพราะยิ่งผ่อนนานยิ่งจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น

2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอน: มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เช่น ค่าจดทะเบียน ค่าประเมินรถ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ต้องนำมาคำนวณรวมด้วย

3. ผูกพันสัญญาใหม่ระยะยาว: การรีไฟแนนซ์คือการเริ่มต้นสัญญาใหม่ ถ้าขยายเวลาออกอีก 3-4 ปี แปลว่าผูกพันรถคันนี้ออกไปอีกนาน

4. ราคารถลดตามอายุ: ยิ่งผ่อนนานรถยิ่งเสื่อมราคา ถ้ารีไฟแนนซ์แล้วยืดเวลาออกอีกหลายปี มูลค่ารถที่เหลือตอนท้ายสัญญาอาจต่ำกว่าที่คาดมาก

5. อาจไม่ผ่านการพิจารณา: ไม่ใช่ทุกคนที่ยื่นรีไฟแนนซ์แล้วผ่าน ขึ้นอยู่กับประวัติการชำระ รายได้ปัจจุบัน และมูลค่ารถ ถ้าไม่ผ่านก็เสียเวลาดำเนินการโดยเปล่าประโยชน์


5 เคสที่ควรรีไฟแนนซ์

5 เคสที่ควรรีไฟแนนซ์รถและ 5 เคสที่ไม่ควรทำ เปรียบเทียบเงื่อนไขชัดเจน

เคสเหล่านี้มักได้ประโยชน์จากการรีไฟแนนซ์ชัดเจน:

เคส 1 — ดอกเบี้ยเดิมสูงกว่า 1%/เดือน: ถ้าผ่อนรถอยู่กับ finance company ที่คิดดอกเบี้ย flat สูง การรีไฟแนนซ์มาอยู่กับอัตราที่ถูกกว่าประหยัดได้จริง

เคส 2 — รายได้ลดลง ต้องการลดค่างวดทันที: ไม่ต้องรอจนค้างชำระ รีไฟแนนซ์ก่อนเพื่อ reset ค่างวดให้เหมาะกับรายได้ปัจจุบัน ดีกว่าให้เสียประวัติ

เคส 3 — ต้องการเงินก้อนสำรองฉุกเฉิน (top-up): มูลค่ารถยังสูงกว่ายอดหนี้ที่เหลือ รีไฟแนนซ์แบบ top-up รับเงินสดส่วนต่างได้โดยไม่ต้องขายรถ

เคส 4 — ผ่อนเหลือ 18 งวดขึ้นไป: ระยะเวลาที่เหลือมากพอให้ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้คุ้มกับค่าธรรมเนียมการโอน

เคส 5 — รถอายุไม่เกิน 5 ปี มูลค่ายังดี: รถใหม่มีมูลค่าประเมินสูง ได้วงเงินรีไฟแนนซ์ดี และยังมีอายุการใช้งานเหลืออีกนาน


5 เคสที่ไม่ควรรีไฟแนนซ์

เคส 1 — ผ่อนเหลือน้อยกว่า 12 งวด: ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ใน 12 งวดที่เหลือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ รอผ่อนให้หมดแล้วค่อยจำนำทะเบียนดีกว่า

เคส 2 — ดอกเบี้ยเดิมอยู่ในระดับดีอยู่แล้ว: ถ้าอัตราที่ผ่อนอยู่ต่ำอยู่แล้ว รีไฟแนนซ์ไปก็ไม่ได้ประหยัดเพิ่ม แถมยังต้องเสียค่าธรรมเนียมการโอน

เคส 3 — รถเก่ามากกว่า 10 ปี: รถเก่ามูลค่าประเมินต่ำ วงเงินที่ได้น้อย ค่าธรรมเนียมอาจไม่คุ้ม และโอกาสผ่านพิจารณายากกว่ารถใหม่

เคส 4 — กำลังจะปลอดภาระภายใน 6 เดือน: ใกล้จบสัญญาแล้ว การรีไฟแนนซ์ทำให้เริ่มต้นสัญญาใหม่และผูกพันต่อไปอีก ไม่คุ้มค่าในกรณีนี้

เคส 5 — มีหนี้สะสมหลายที่และประวัติชำระไม่สม่ำเสมอ: รีไฟแนนซ์ต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่อ ถ้าประวัติไม่ดีโอกาสผ่านน้อย และการยื่นหลายที่ในระยะเวลาสั้นอาจกระทบคะแนนเครดิตด้วย


ตัวอย่างคำนวณ — รีไฟแนนซ์คุ้มไหม

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการประมาณการเพื่อประกอบการตัดสินใจ ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละราย ทุกตัวอย่างคิดดอกเบี้ยแบบ flat (เงินต้น × อัตราต่อเดือน × จำนวนเดือน) เพื่อให้เทียบกันได้บนฐานเดียวกัน

เคส A — ผ่อนเหลือ 24 งวด (ควรรีไฟแนนซ์): ยอดหนี้คงเหลือ 300,000 บาท อัตราเดิม flat 1.5%/เดือน → ดอกเบี้ยรวม 300,000 × 0.015 × 24 = 108,000 บาท ค่างวดปัจจุบัน ~17,000 บาท/เดือน เมื่อรีไฟแนนซ์มาที่อัตรา flat 0.69%/เดือน 24 งวด → ดอกเบี้ยรวม 300,000 × 0.0069 × 24 = 49,680 บาท ค่างวดใหม่ ~14,570 บาท/เดือน ประหยัดค่างวดได้ ~2,430 บาท/เดือน หรือรวมดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ ~58,320 บาทตลอดสัญญา

เคส B — ผ่อนเหลือ 8 งวด (ไม่ควรรีไฟแนนซ์): ยอดหนี้คงเหลือ 80,000 บาท ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ใน 8 งวดที่เหลือน้อยกว่าค่าธรรมเนียมดำเนินการ การรอผ่อนให้หมดแล้วค่อยจำนำทะเบียนทีหลังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

เคส C — top-up loan (เพิ่มวงเงิน): ยอดหนี้คงเหลือ 200,000 บาท รถมีมูลค่าประเมิน 400,000 บาท ขอ top-up เพิ่มอีก 100,000 บาท รวมเป็นยอดหนี้ใหม่ 300,000 บาท จุดที่ต้องชั่งใจคือ ได้เงินสดก้อน 100,000 บาทมาใช้ทันทีโดยไม่ต้องขายรถ แต่แลกมาด้วยยอดหนี้และดอกเบี้ยรวมที่สูงขึ้น และระยะเวลาผ่อนที่ยืดออกไป เหมาะเมื่อจำเป็นต้องใช้เงินสดด่วนจริงๆ และรับได้กับภาระรายเดือนที่เพิ่มขึ้น — ทีมงานคำนวณค่างวดและดอกเบี้ยรวมตามระยะเวลาที่เลือกให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ


ขั้นตอนรีไฟแนนซ์รถผ่าน ASN Finance

กระบวนการรีไฟแนนซ์ที่ ASN Finance ทำได้จากบ้าน ไม่ต้องนำรถมาจอดไว้:

ขั้นแรกปรึกษาฟรีผ่านทาง asnfinance.com เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลรถ ยอดหนี้เดิม และเป้าหมายที่ต้องการ จากนั้นทีมงานคำนวณวงเงินใหม่และค่างวดใหม่ให้เห็นตัวเลขชัดก่อนตัดสินใจ

เมื่อตกลงเงื่อนไขแล้วส่งเอกสารผ่าน LINE เจ้าหน้าที่ field officer นัดมาตรวจสภาพรถถึงบ้าน ทำสัญญาใหม่ และปิดยอดสัญญาเดิมให้ทันที หลังจากนั้นเริ่มต้นผ่อนชำระกับ ASN Finance ตามเงื่อนไขใหม่


รีไฟแนนซ์ vs รอรถปลอดภาระแล้วค่อยจำนำ

สองทางเลือกนี้เหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกัน

รีไฟแนนซ์ตอนนี้รอปลอดภาระแล้วจำนำ
รถยังผ่อนอยู่✅ ทำได้❌ ต้องรอ
ได้เงินสด✅ (ถ้า top-up)✅ (วงเงินสูงกว่า)
ดอกเบี้ยรวมสูงถ้ายืดเวลาขึ้นอยู่กับ rate จำนำ
เหมาะเมื่อต้องลดค่างวด / ต้องการเงินสดตอนนี้มีเวลารอ + ต้องการวงเงินสูงสุด

ถ้ายังลังเลว่าควรรีไฟแนนซ์หรือรอจำนำ ปรึกษาเจ้าหน้าที่ ASN Finance ก่อน ทีมงานจะคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ — ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผ่อนเหลือกี่งวดถึงคุ้มรีไฟแนนซ์?

โดยทั่วไปควรเหลืออย่างน้อย 18 งวดขึ้นไป เพื่อให้ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้คุ้มกับค่าธรรมเนียมการโอน แต่ขึ้นอยู่กับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยด้วย ยิ่งส่วนต่างมากยิ่งคุ้มเร็วขึ้น

รีไฟแนนซ์รถ ผ่านได้ทุกคนไหม?

ไม่ใช่ทุกคนครับ ต้องผ่านการพิจารณาจากประวัติการชำระ รายได้ปัจจุบัน และมูลค่ารถ ASN Finance จะแจ้งผลเบื้องต้นได้หลังจากดูข้อมูล

รีไฟแนนซ์กระทบ credit bureau ไหม?

กระทบตามปกติครับ เป็นสัญญาสินเชื่อใหม่ที่ถูกรายงานเข้า bureau ตามกฎหมาย เหมือนสินเชื่อทุกประเภท แต่ถ้าชำระสม่ำเสมอก็ไม่เป็นผลเสีย

ต้องเอารถมาที่ ASN Finance ตอนรีไฟแนนซ์ไหม?

ไม่จำเป็นครับ เจ้าหน้าที่ field officer นัดมาตรวจสภาพรถถึงบ้านหรือที่ทำงาน

รีไฟแนนซ์ได้หลายครั้งไหม?

ทำได้ครับ แต่ค่าธรรมเนียมสะสมขึ้นทุกครั้ง และต้องผ่านการพิจารณาใหม่ทุกรอบ ควรคำนวณให้แน่ใจก่อนว่าคุ้มจริง

ตั้งแต่ปรึกษาถึงรับเงินใช้เวลานานแค่ไหน?

ปกติ 1-2 วันทำการนับจากเอกสารครบ เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 15 นาทีหลังกรอกข้อมูล


💰 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69% ต่อเดือน* · เงื่อนไขและวงเงินสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด · ดูอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่ อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม


ข้อมูลเปิดเผย: บทความนี้เผยแพร่โดย ASN Finance ผู้ให้สินเชื่อโดยตรง ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ เลขที่ 11/2563 จากกระทรวงการคลัง ดำเนินงานภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริการ 66 จังหวัดทั่วประเทศผ่านเจ้าหน้าที่ภาคสนาม

ข้อสงสัยด้านสินเชื่อ ติดต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร 1213


แชร์บทความ:LINEFacebook

สนใจสมัครสินเชื่อทะเบียนรถ?

ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.69% ต่อเดือน อนุมัติไว