ค่างวดรถคิดยังไง ตารางผ่อนรถยนต์ตัวอย่าง และวิธีลดภาระเมื่อผ่อนไม่ไหว

ค่างวดรถคำนวณจากยอดจัด (ราคารถหักเงินดาวน์) บวกดอกเบี้ยตลอดสัญญา แล้วหารด้วยจำนวนงวด — ถ้าเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ (flat rate) สูตรคือ (ยอดจัด + ยอดจัด × ดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี) ÷ จำนวนงวด เช่น ยอดจัด 500,000 บาท ดอกเบี้ย flat 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวด จะได้ค่างวดประมาณ 9,583 บาทต่อเดือน (ตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance)
บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณค่างวดรถทีละขั้น ความต่างระหว่าง flat rate กับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ตารางผ่อนรถยนต์ตัวอย่าง 3 ยอดจัด และทางเลือกที่ทำได้จริงเมื่อค่างวดเริ่มหนักเกินกำลัง
ASN Finance เป็นแบรนด์ของ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถและรีไฟแนนซ์รถยนต์ ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เลขที่ 11/2563 จากกระทรวงการคลัง ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้บริการครอบคลุม 66 จังหวัดทั่วประเทศผ่านเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
สารบัญ
- ค่างวดรถคิดจากอะไร
- flat rate กับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ต่างกันยังไง
- ตารางผ่อนรถยนต์ตัวอย่าง 3 ยอดจัด
- ค่างวดหนักเกินไป ทำอะไรได้บ้าง
- คำถามที่พบบ่อย
ค่างวดรถคิดจากอะไร วิธีคำนวณค่างวดรถแบบเข้าใจง่าย
ค่างวดรถมาจาก 3 ตัวแปรหลัก ถ้ารู้ครบ 3 ตัว คุณคำนวณค่างวดรถได้เองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องคิดเลขออนไลน์
- ยอดจัด (เงินต้น) — ราคารถหักเงินดาวน์ เช่น รถราคา 625,000 บาท ดาวน์ 20% (125,000 บาท) ยอดจัดคือ 500,000 บาท
- อัตราดอกเบี้ย — ระบุเป็น % ต่อปี และต้องดูว่าคิดแบบ flat rate หรือแบบลดต้นลดดอก
- จำนวนงวด — ระยะผ่อน เช่น 48, 60 หรือ 72 งวด (เดือน)
สูตรคำนวณค่างวดรถแบบ flat rate
ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × ดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี ค่างวดต่อเดือน = (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด
ตัวอย่าง: ยอดจัด 500,000 บาท ดอกเบี้ย flat 3% ต่อปี ผ่อน 5 ปี (60 งวด)
- ดอกเบี้ยรวม = 500,000 × 3% × 5 = 75,000 บาท
- ค่างวด = (500,000 + 75,000) ÷ 60 = 9,583 บาทต่อเดือน
ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการคำนวณจากสูตรเท่านั้น ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่บางสัญญาอาจมี ค่างวดจริงให้ยึดตามใบเสนอราคาและสัญญาของผู้ให้สินเชื่อ
flat rate กับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ต่างกันยังไง
flat rate คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มก้อนตลอดสัญญา ส่วนดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือ ซึ่งลดลงทุกงวดที่จ่าย เพราะฉะนั้นตัวเลข % เดียวกันในสองระบบ ไม่ได้แปลว่าจ่ายดอกเบี้ยเท่ากัน
สูตรค่างวดแบบลดต้นลดดอก (ค่างวดเท่ากันทุกเดือน):
ค่างวด = ยอดจัด × i ÷ [1 − (1 + i)^−n] โดย i = ดอกเบี้ยต่อปี ÷ 12 และ n = จำนวนงวด
ตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance — ยอดจัด 500,000 บาท ผ่อน 60 งวด ดอกเบี้ยเป็นตัวเลขสมมติ
| flat rate 3% ต่อปี | ลดต้นลดดอก 3% ต่อปี | |
|---|---|---|
| ดอกเบี้ยคิดจาก | ยอดจัดเต็มก้อนตลอดสัญญา | เงินต้นคงเหลือแต่ละงวด |
| ค่างวดต่อเดือน (ประมาณ) | 9,583 บาท | 8,984 บาท |
| ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา (ประมาณ) | 75,000 บาท | 39,060 บาท |
| ปิดบัญชีก่อนกำหนด | ดอกเบี้ยถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ส่วนลดดอกเบี้ยขึ้นกับสัญญา | ประหยัดดอกเบี้ยส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดโดยตรง |
| เหมาะกับใคร | คนที่อยากรู้ยอดจ่ายรวมชัดตั้งแต่วันแรก | คนที่อยากเห็นต้นทุนจริง และมีแผนโปะหรือปิดก่อนกำหนด |
จากตัวอย่างสมมติข้างต้น flat rate 3% ต่อปี มีต้นทุนใกล้เคียงกับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกประมาณ 5.6% ต่อปี — ก่อนเซ็นสัญญา ให้ถามอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective rate) แบบลดต้นลดดอกเสมอ เพราะเป็นตัวเลขเดียวที่ใช้เทียบข้อเสนอที่ต่างกันได้ตรงที่สุด
ตารางผ่อนรถยนต์ตัวอย่าง 3 ยอดจัด (48 / 60 / 72 งวด)
ตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance — คำนวณแบบ flat rate 3% ต่อปี (ตัวเลขสมมติ) ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ปัดเศษเป็นบาท
| ยอดจัด | ผ่อน 48 งวด | ผ่อน 60 งวด | ผ่อน 72 งวด |
|---|---|---|---|
| 300,000 บาท | 7,000 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 36,000) | 5,750 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 45,000) | 4,917 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 54,000) |
| 500,000 บาท | 11,667 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 60,000) | 9,583 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 75,000) | 8,194 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 90,000) |
| 800,000 บาท | 18,667 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 96,000) | 15,333 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 120,000) | 13,111 บาท/เดือน (ดอกเบี้ยรวม 144,000) |
อ่านตารางผ่อนรถยนต์นี้ยังไง
- ยิ่งผ่อนนาน ค่างวดยิ่งเบา แต่ดอกเบี้ยรวมยิ่งสูง — ยอดจัด 500,000 บาท ผ่อน 72 งวดจ่ายน้อยกว่า 60 งวดเดือนละ 1,389 บาท แต่จ่ายดอกเบี้ยรวมเพิ่ม 15,000 บาท
- ค่างวดที่ "ไหว" ควรเหลือที่ว่างให้ค่าใช้จ่ายอื่น — หลักคิดทั่วไปที่นิยมใช้คือภาระหนี้รวมทุกก้อนไม่ควรเกินราว 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน
- อย่าลืมค่าใช้จ่ายรอบตัวรถ — ประกันภัย ภาษีรถประจำปี น้ำมัน และค่าซ่อมบำรุง ไม่ได้อยู่ในค่างวด
ค่างวดหนักเกินไป ทำอะไรได้บ้าง
ถ้าเริ่มผ่อนไม่ไหว ให้ลงมือก่อนค้างชำระ เพราะทางเลือกจะเหลือน้อยลงทุกงวดที่ค้าง ทางที่ทำได้จริงมี 3 ทาง
1. เจรจากับไฟแนนซ์เดิมก่อนค้าง ติดต่อผู้ให้สินเชื่อเดิมเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ขยายระยะผ่อนหรือปรับค่างวด รูปแบบที่ทำได้ขึ้นกับนโยบายของแต่ละแห่ง ถ้าค้างไปแล้ว อ่านต่อได้ที่ ค้างค่างวดรถได้กี่งวด จ่าย 1 งวดช่วยหยุดยึดรถได้ไหม
2. รีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อลดค่างวด รีไฟแนนซ์คือการทำสัญญาใหม่มาปิดยอดสัญญาเดิม เพื่อปรับระยะผ่อนหรือเงื่อนไขให้ค่างวดเบาลง ข้อควรรู้คือ ยืดงวดแล้วค่างวดลด แต่ดอกเบี้ยรวมมักเพิ่ม จึงควรคำนวณเทียบก่อนตัดสินใจ สำหรับ ASN Finance เกณฑ์เบื้องต้นคือผ่อนมาแล้วเกิน 70% ของสัญญาเดิม โดยพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระประกอบด้วย ดูรายละเอียดได้ที่ รถผ่อนอยู่ก็กู้ได้ไหม ทำได้ผ่านรีไฟแนนซ์
3. ใช้รถที่ปลอดภาระแล้วเป็นหลักประกัน (รถแลกเงิน) ถ้ามีรถที่ผ่อนหมดแล้วและเล่มทะเบียนเป็นชื่อคุณ สามารถขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพื่อนำเงินไปจัดการหนี้ก้อนที่ดอกเบี้ยสูงกว่า โดยยังใช้รถได้ตามปกติ ทางนี้เหมาะเมื่อคำนวณแล้วว่าภาระรวมลดลงจริง ไม่ใช่เพิ่มหนี้ใหม่ซ้อน อ่านพื้นฐานได้ที่ สินเชื่อรถแลกเงินคืออะไร และเทียบสองทางได้ที่ รีไฟแนนซ์รถ vs จำนำทะเบียน เลือกแบบไหนเหมาะ
ไม่แน่ใจว่าทางไหนเหมาะกับคุณ? เช็กวงเงินกับ ASN Finance ฟรี — กรอกข้อมูลออนไลน์ ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที ไม่ต้องเดินทางมาสาขา หรือโทร 02-494-8389 การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่างวดรถคิดยังไง?
ค่างวดรถคิดจากยอดจัด (ราคารถหักเงินดาวน์) บวกดอกเบี้ยตลอดสัญญา แล้วหารด้วยจำนวนงวด ถ้าเป็น flat rate ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × ดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี เช่น ยอดจัด 500,000 บาท flat 3% ต่อปี 60 งวด ค่างวดประมาณ 9,583 บาท (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance)
flat rate ต่างจากดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกยังไง?
flat rate คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มก้อนตลอดสัญญา ส่วนดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือที่ลดลงทุกงวด ตัวเลข % เท่ากันในสองระบบจึงมีต้นทุนไม่เท่ากัน — ในตัวอย่างยอดจัด 500,000 บาท 60 งวด flat 3% จ่ายดอกเบี้ยรวม 75,000 บาท ขณะที่ลดต้นลดดอก 3% จ่ายประมาณ 39,060 บาท (ตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance)
ผ่อนรถ 60 งวดกับ 72 งวด ต่างกันเท่าไหร่?
จากตารางผ่อนรถยนต์ตัวอย่าง ยอดจัด 500,000 บาท flat 3% ต่อปี ผ่อน 60 งวดค่างวดประมาณ 9,583 บาท ผ่อน 72 งวดประมาณ 8,194 บาท ค่างวดลดลงเดือนละ 1,389 บาท แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มจาก 75,000 เป็น 90,000 บาท (ตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เงื่อนไข ASN Finance)
ปิดบัญชีรถก่อนกำหนดได้ไหม?
ได้ โดยขอยอดปิดบัญชีจากผู้ให้สินเชื่อก่อน สัญญาแบบ flat rate จะได้ส่วนลดดอกเบี้ยส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดตามเงื่อนไขในสัญญา ส่วนสัญญาแบบลดต้นลดดอก การปิดก่อนจะประหยัดดอกเบี้ยของงวดที่เหลือโดยตรง สำหรับสินเชื่อทะเบียนรถของ ASN Finance ปิดบัญชีก่อนกำหนดไม่มีค่าปรับตามเกณฑ์ปัจจุบัน
ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไงดี?
ติดต่อไฟแนนซ์เดิมก่อนค้างชำระเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือพิจารณารีไฟแนนซ์เพื่อปรับระยะผ่อนให้ค่างวดเบาลง ถ้ามีรถที่ผ่อนหมดแล้ว การใช้ทะเบียนรถเป็นหลักประกันเพื่อจัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงก็เป็นอีกทางเลือก ยิ่งลงมือเร็ว ทางเลือกยิ่งมาก
รีไฟแนนซ์ช่วยลดค่างวดได้ไหม?
ช่วยได้ ถ้าสัญญาใหม่มีระยะผ่อนยาวขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม ค่างวดต่อเดือนก็อาจลดลง แต่ถ้าเป็นการยืดงวด ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญามักเพิ่มขึ้น จึงควรขอตัวเลขค่างวดและดอกเบี้ยรวมของทั้งสองทางมาเทียบกันก่อนตัดสินใจ สำหรับ ASN Finance เกณฑ์เบื้องต้นคือผ่อนมาแล้วเกิน 70% ของสัญญาเดิม โดยพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระประกอบด้วย การอนุมัติพิจารณาเป็นรายกรณีตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด


