พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ยังไง

พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ยังไง
พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยรถภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องมี และต้องใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถประจำปีด้วย จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ พ.ร.บ. คุ้มครอง "คน" ที่ประสบภัยจากรถ — ไม่คุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สิน ส่วนราคาเป็นอัตรามาตรฐานที่กำกับโดยสำนักงาน คปภ. เช่น รถเก๋งอยู่ที่ 645.21 บาทต่อปี เท่ากันทุกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต และปัจจุบันการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ทำได้ในไม่กี่นาที ใช้เพียงข้อมูลรถกับบัตรประชาชน
สรุปเร็ว: พ.ร.บ. = ประกันภาคบังคับ รถทุกคันต้องมี · คุ้มครองคนทุกฝ่ายที่บาดเจ็บ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถ · ไม่คุ้มครองตัวรถ · รถเก๋ง 645.21 บาท/ปี · ไม่มี พ.ร.บ. = ต่อภาษีไม่ได้ + ปรับสูงสุด 10,000 บาท · อยากให้รถของเราได้รับความคุ้มครองด้วย ต้องมีประกันภาคสมัครใจเสริม
ASN Finance เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 แบรนด์ภายใต้ บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ให้บริการด้านประกันรถยนต์ทั่วประเทศ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ พ.ร.บ. คืออะไร คุ้มครองเท่าไหร่ ต่างจากประกันชั้น 1 / 2+ / 3 ยังไง ไปจนถึงวิธีต่อออนไลน์และเอกสารที่ต้องเตรียม
ในบทความนี้
- พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ทำไมกฎหมายบังคับให้ทุกคันต้องมี
- พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง วงเงินเท่าไหร่
- พ.ร.บ. ต่างจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจยังไง
- ราคา พ.ร.บ. รถยนต์ ตามประเภทรถ
- ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง
- พ.ร.บ. ขาดหรือไม่ต่อ มีผลอะไรบ้าง
- คำถามที่พบบ่อย
- เช็กเบี้ยประกันรถยนต์กับ ASN Finance
พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ทำไมกฎหมายบังคับให้ทุกคันต้องมี
พ.ร.บ. รถยนต์ (บางคนเรียก "ประกันภาคบังคับ") คือประกันภัยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง กระบะ รถตู้ หรือมอเตอร์ไซค์ และไม่ว่ารถคันนั้นจะใช้งานบ่อยแค่ไหน
เหตุผลที่กฎหมายบังคับ: เพื่อให้ทุกคนที่ประสบภัยจากรถ — คนขับ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินถนน — มีหลักประกันขั้นต่ำว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดเชยทันที โดยไม่ต้องรอฟ้องร้องกันว่าใครถูกใครผิด เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และจะต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ เพราะกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ใช้ พ.ร.บ. ที่ยังมีผลคุ้มครองเป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีเสมอ
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง วงเงินเท่าไหร่
หลักการเดียวที่ต้องจำ: พ.ร.บ. คุ้มครอง ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของคน เท่านั้น ครอบคลุมทุกฝ่ายที่ประสบภัยจากรถคันที่เอาประกัน ส่วนความเสียหายของตัวรถและทรัพย์สินไม่อยู่ในความคุ้มครอง ความคุ้มครองแบ่งเป็น 2 ส่วนตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่สำนักงาน คปภ. กำหนด
ส่วนที่ 1 — ค่าเสียหายเบื้องต้น ทุกฝ่ายได้รับทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด (บริษัทประกันต้องจ่ายภายใน 7 วันนับจากวันยื่นเอกสารครบ)
| รายการ | วงเงินสูงสุดต่อคน |
|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) | 30,000 บาท |
| เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร | 35,000 บาท |
| รวมทั้งสองกรณีแล้วไม่เกิน | 65,000 บาท |
ส่วนที่ 2 — ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด สำหรับผู้ประสบภัยฝ่ายที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด (รวมค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว)
| รายการ | วงเงินสูงสุดต่อคน |
|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง) | 80,000 บาท |
| เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง | 500,000 บาท |
| ทุพพลภาพอย่างถาวร | 300,000 บาท |
| สูญเสียอวัยวะ | 200,000–500,000 บาท ตามลักษณะการสูญเสีย |
| ค่าชดเชยรายวันกรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน | 200 บาท/วัน สูงสุด 20 วัน (ไม่เกิน 4,000 บาท) |
ข้อควรรู้เพิ่มเติม 2 ข้อ:
- คนขับที่เป็นฝ่ายผิด จะได้รับเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น (ส่วนที่ 1) เท่านั้น ส่วนผู้โดยสารและคู่กรณีฝ่ายถูกได้รับสิทธิ์เต็มตามส่วนที่ 2
- ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568 ของสำนักงาน คปภ. มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 วงเงินความคุ้มครองรวมต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งปรับเพิ่มเป็น 20 ล้านบาททุกประเภทรถ โดยอัตราเบี้ยเท่าเดิม
พ.ร.บ. ต่างจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจยังไง
คำถามยอดฮิตคือ "พ.ร.บ. ต่างจากประกันชั้น 1 / 2+ / 3 ยังไง" คำตอบสั้นที่สุด: พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจไม่ใช่ตัวเลือกแทนกัน — พ.ร.บ. เป็นขั้นต่ำที่กฎหมายบังคับและคุ้มครองเฉพาะคน ส่วนประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3) เป็นความคุ้มครองเสริมที่ขยายไปถึงตัวรถของเราและทรัพย์สินของคู่กรณี
| หัวข้อ | พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) | ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3) |
|---|---|---|
| กฎหมายบังคับไหม | ✅ รถทุกคันต้องมี | ❌ เลือกทำตามความเสี่ยงของเรา |
| คุ้มครองคน (บาดเจ็บ/เสียชีวิต) | ✅ ทุกฝ่ายที่ประสบภัย ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด | ✅ เพิ่มวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกให้สูงขึ้น |
| คุ้มครองตัวรถของเรา | ❌ ไม่คุ้มครอง | ✅ ตามชั้น — ชั้น 1 ครบที่สุด |
| คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก | ❌ ไม่คุ้มครอง | ✅ ทุกชั้น |
| ราคา | อัตรามาตรฐานตามประกาศ คปภ. เท่ากันทุกช่องทาง | ขึ้นกับรุ่นรถ ทุนประกัน อายุรถ ประวัติการขับขี่ |
| ใช้ต่อภาษีรถประจำปี | ✅ ต้องมี | ❌ ไม่เกี่ยวกับการต่อภาษี |
เงื่อนไขการเลือกที่ใช้ได้จริง: ทุกคันต้องมี พ.ร.บ. เป็นฐานเสมอ — จากนั้นถ้าอยากให้ "รถของเรา" ได้รับความคุ้มครองด้วย (ชนเอง ชนมีคู่กรณี ไฟไหม้ รถหาย) จึงเลือกภาคสมัครใจเสริมตามงบ อ่านรายละเอียดความต่างของแต่ละชั้นได้ที่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3 ต่างกันยังไง เลือกชั้นไหนคุ้ม หรือเช็กเบี้ยประกันภาคสมัครใจของรถคุณได้เลย
ราคา พ.ร.บ. รถยนต์ ตามประเภทรถ
เบี้ย พ.ร.บ. เป็นอัตรามาตรฐานที่กำกับโดยสำนักงาน คปภ. — รถประเภทเดียวกันจ่ายเท่ากันทุกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต ราคาสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้กันมากที่สุด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว):
| ประเภทรถ | เบี้ย พ.ร.บ. ต่อปี |
|---|---|
| รถเก๋ง / รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง | 645.21 บาท |
| รถกระบะ / รถยนต์บรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน (ใช้ส่วนบุคคล) | 967.28 บาท |
| รถตู้ / รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (ส่วนบุคคล) | 1,182.35 บาท |
ข้อสังเกตที่ช่วยกันพลาด: เพราะเป็นอัตราที่กำกับไว้ ราคา พ.ร.บ. จึงไม่มี "โปรลดราคา" ที่ถูกกว่ามาตรฐานมาก ๆ — หากเจอช่องทางที่เสนอราคาต่ำผิดปกติ ควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจริงก่อนโอนเงินทุกครั้ง
ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ปัจจุบันการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ใช้เวลาไม่กี่นาทีและไม่ต้องเดินทาง ข้อมูล/เอกสารที่ต้องเตรียมมีแค่นี้:
- สำเนาทะเบียนรถ (หรือข้อมูลจากเล่มทะเบียน): หมายเลขทะเบียน จังหวัด ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และเลขตัวถัง
- บัตรประชาชนของเจ้าของรถ (เลข 13 หลัก)
- ช่องทางรับกรมธรรม์ เช่น อีเมลหรือ LINE — กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เป็นหลักฐานได้เหมือนกระดาษ
ขั้นตอนมาตรฐาน 4 ขั้น:
- เลือกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต — บริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง หรือนายหน้า/ตัวแทนที่มีใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ.
- กรอกข้อมูลรถและข้อมูลเจ้าของรถตามรายการด้านบน
- ชำระเบี้ยตามอัตรามาตรฐานของประเภทรถ
- รับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ — ข้อมูลจะเข้าระบบสำหรับใช้ต่อภาษีรถประจำปีได้
จุดที่ควรวางแผน: พ.ร.บ. ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุ — แนะนำให้ต่อพร้อมรอบภาษีรถประจำปีทุกครั้งจะได้ไม่มีช่วง "รถไม่มีความคุ้มครอง" และหลายคนเลือกจัดการ พ.ร.บ. พร้อมประกันภาคสมัครใจในรอบเดียวกันไปเลย — ดูวิธีเตรียมตัวได้ใน ต่อประกันรถยนต์ ต้องเตรียมอะไร พร้อมวิธีลดเบี้ย หากไม่แน่ใจว่ารถของคุณต้องใช้ พ.ร.บ. แบบไหนหรือควรเสริมความคุ้มครองส่วนไหน ทีมงาน ASN Finance ยินดีให้คำปรึกษาฟรี — ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที
พ.ร.บ. ขาดหรือไม่ต่อ มีผลอะไรบ้าง
ผลของการปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดมี 3 ระดับ:
- โทษตามกฎหมาย — เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
- ต่อภาษีรถไม่ได้ — ไม่มี พ.ร.บ. = ต่อภาษีประจำปีไม่ผ่าน และหากปล่อยภาษีขาดสะสมเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการจดใหม่
- ความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ — หากรถที่ไม่มี พ.ร.บ. ไปก่อความเสียหาย ผู้ประสบภัยยังเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ แต่กองทุนมีสิทธิ์ไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากเจ้าของรถพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย — สุดท้ายภาระกลับมาตกที่เจ้าของรถหนักกว่าค่าเบี้ยรายปีหลายเท่า
เทียบกับเบี้ยรถเก๋งปีละ 645.21 บาท การต่อ พ.ร.บ. ให้ตรงเวลาจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เล็กที่สุดในบรรดาค่าดูแลรถทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ต่อ พ.ร.บ. มีโทษไหม?
มี — เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และจะต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างที่ พ.ร.บ. ขาด เจ้าของรถอาจถูกกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายคืนพร้อมเงินเพิ่มอีกด้วย
ต่อภาษีรถยนต์ต้องมี พ.ร.บ. ก่อนไหม?
ต้องมี — กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ใช้ พ.ร.บ. ที่ยังมีผลคุ้มครองเป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีรถประจำปีเสมอ ในทางปฏิบัติเจ้าของรถส่วนใหญ่จึงต่อ พ.ร.บ. ก่อนแล้วจึงต่อภาษีในคราวเดียวกัน
ต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้กี่วัน?
ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุ โดยความคุ้มครองใหม่จะเริ่มนับต่อจากวันสิ้นสุดกรมธรรม์เดิม ไม่ได้เสียวันคุ้มครองไปฟรี การต่อล่วงหน้าช่วยให้ไม่มีช่วงที่รถไม่มีความคุ้มครองและไม่ติดขัดตอนต่อภาษี
พ.ร.บ. คุ้มครองคนขับที่เป็นฝ่ายผิดด้วยไหม?
คุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น — ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท กรณีเสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ 35,000 บาท รวมไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน ส่วนสิทธิ์ค่าสินไหมทดแทนวงเงินเต็ม (เช่น เสียชีวิต 500,000 บาท) เป็นของผู้ประสบภัยฝ่ายที่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
ชนแล้วเบิก พ.ร.บ. ยังไง ใช้เอกสารอะไร?
แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เข้ารักษาแล้วเก็บใบเสร็จค่ารักษาและใบรับรองแพทย์ จากนั้นยื่นเรื่องกับบริษัทประกันของรถคันที่เกิดเหตุ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย ภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ ค่าเสียหายเบื้องต้นจะได้รับภายใน 7 วันหลังยื่นเอกสารครบโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด
มีประกันชั้น 1 อยู่แล้ว ยังต้องมี พ.ร.บ. ไหม?
ต้องมี — พ.ร.บ. เป็นภาคบังคับตามกฎหมาย ส่วนประกันชั้น 1 เป็นภาคสมัครใจ เป็นคนละส่วนและใช้แทนกันไม่ได้ รถที่ทำประกันชั้น 1 ทุกคันจึงยังต้องต่อ พ.ร.บ. ทุกปีเช่นเดิม และตอนเกิดเหตุ ค่ารักษาพยาบาลของคนจะเบิกจาก พ.ร.บ. เป็นลำดับแรกก่อนส่วนของภาคสมัครใจ
พ.ร.บ. คุ้มครองความเสียหายของตัวรถไหม?
ไม่คุ้มครอง — พ.ร.บ. ดูแลเฉพาะชีวิตและร่างกายของคนที่ประสบภัยจากรถ ค่าซ่อมรถของเรา รถของคู่กรณี และทรัพย์สินอื่นต้องอาศัยประกันภาคสมัครใจ ซึ่งแต่ละชั้นคุ้มครองไม่เท่ากัน อ่านเปรียบเทียบได้ที่บทความประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3
เช็กเบี้ยประกันรถยนต์กับ ASN Finance
พ.ร.บ. คือความคุ้มครองขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด — แต่ตัวรถของคุณยังต้องพึ่งประกันภาคสมัครใจ ASN Finance ในฐานะนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 ช่วยจัดหาแผนประกันรถยนต์ที่เหมาะกับรถและงบของคุณ พร้อมทางเลือกผ่อนเบี้ยประกัน 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ให้ค่าเบี้ยก้อนใหญ่กลายเป็นรายเดือนที่เบาลงโดยไม่ต้องลดความคุ้มครอง (อ่านรายละเอียดได้ที่ ผ่อนค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ไหม)
สนใจเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณได้ที่หน้าประกันรถยนต์ หรือฝากข้อมูลไว้เพื่อสอบถามเรื่อง พ.ร.บ. และความคุ้มครองที่เหมาะกับรถของคุณ — ปรึกษาฟรี ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที
ตัวเลขความคุ้มครองและอัตราเบี้ย พ.ร.บ. ในบทความอ้างอิงตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและประกาศของสำนักงาน คปภ. เบี้ยประกันภาคสมัครใจขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท สอบถามหรือร้องเรียนด้านประกันภัย ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186
สนใจทำประกันรถยนต์?
เช็คเบี้ยฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ผ่อนเบี้ย 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต


