กลับไปหน้าบทความ
ความรู้ประกันภัย

พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ยังไง

22 กรกฎาคม 25697 นาทีโดย ASN Finance Team
พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ยังไง

พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไร ราคาเท่าไหร่ ต่อออนไลน์ยังไง

พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภัยรถภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องมี และต้องใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถประจำปีด้วย จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ พ.ร.บ. คุ้มครอง "คน" ที่ประสบภัยจากรถ — ไม่คุ้มครองตัวรถหรือทรัพย์สิน ส่วนราคาเป็นอัตรามาตรฐานที่กำกับโดยสำนักงาน คปภ. เช่น รถเก๋งอยู่ที่ 645.21 บาทต่อปี เท่ากันทุกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต และปัจจุบันการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ทำได้ในไม่กี่นาที ใช้เพียงข้อมูลรถกับบัตรประชาชน

สรุปเร็ว: พ.ร.บ. = ประกันภาคบังคับ รถทุกคันต้องมี · คุ้มครองคนทุกฝ่ายที่บาดเจ็บ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถ · ไม่คุ้มครองตัวรถ · รถเก๋ง 645.21 บาท/ปี · ไม่มี พ.ร.บ. = ต่อภาษีไม่ได้ + ปรับสูงสุด 10,000 บาท · อยากให้รถของเราได้รับความคุ้มครองด้วย ต้องมีประกันภาคสมัครใจเสริม

ASN Finance เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 แบรนด์ภายใต้ บมจ. เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ให้บริการด้านประกันรถยนต์ทั่วประเทศ บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ พ.ร.บ. คืออะไร คุ้มครองเท่าไหร่ ต่างจากประกันชั้น 1 / 2+ / 3 ยังไง ไปจนถึงวิธีต่อออนไลน์และเอกสารที่ต้องเตรียม

ในบทความนี้

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ทำไมกฎหมายบังคับให้ทุกคันต้องมี

พ.ร.บ. รถยนต์ (บางคนเรียก "ประกันภาคบังคับ") คือประกันภัยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้รถทุกคันที่จดทะเบียนต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง กระบะ รถตู้ หรือมอเตอร์ไซค์ และไม่ว่ารถคันนั้นจะใช้งานบ่อยแค่ไหน

เหตุผลที่กฎหมายบังคับ: เพื่อให้ทุกคนที่ประสบภัยจากรถ — คนขับ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินถนน — มีหลักประกันขั้นต่ำว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดเชยทันที โดยไม่ต้องรอฟ้องร้องกันว่าใครถูกใครผิด เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และจะต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ เพราะกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ใช้ พ.ร.บ. ที่ยังมีผลคุ้มครองเป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีเสมอ

พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง วงเงินเท่าไหร่

หลักการเดียวที่ต้องจำ: พ.ร.บ. คุ้มครอง ความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของคน เท่านั้น ครอบคลุมทุกฝ่ายที่ประสบภัยจากรถคันที่เอาประกัน ส่วนความเสียหายของตัวรถและทรัพย์สินไม่อยู่ในความคุ้มครอง ความคุ้มครองแบ่งเป็น 2 ส่วนตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่สำนักงาน คปภ. กำหนด

ส่วนที่ 1 — ค่าเสียหายเบื้องต้น ทุกฝ่ายได้รับทันทีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด (บริษัทประกันต้องจ่ายภายใน 7 วันนับจากวันยื่นเอกสารครบ)

รายการวงเงินสูงสุดต่อคน
ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง)30,000 บาท
เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร35,000 บาท
รวมทั้งสองกรณีแล้วไม่เกิน65,000 บาท

ส่วนที่ 2 — ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด สำหรับผู้ประสบภัยฝ่ายที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด (รวมค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว)

รายการวงเงินสูงสุดต่อคน
ค่ารักษาพยาบาล (จ่ายตามจริง)80,000 บาท
เสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง500,000 บาท
ทุพพลภาพอย่างถาวร300,000 บาท
สูญเสียอวัยวะ200,000–500,000 บาท ตามลักษณะการสูญเสีย
ค่าชดเชยรายวันกรณีรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน200 บาท/วัน สูงสุด 20 วัน (ไม่เกิน 4,000 บาท)

ข้อควรรู้เพิ่มเติม 2 ข้อ:

  • คนขับที่เป็นฝ่ายผิด จะได้รับเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น (ส่วนที่ 1) เท่านั้น ส่วนผู้โดยสารและคู่กรณีฝ่ายถูกได้รับสิทธิ์เต็มตามส่วนที่ 2
  • ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 51/2568 ของสำนักงาน คปภ. มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2568 วงเงินความคุ้มครองรวมต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งปรับเพิ่มเป็น 20 ล้านบาททุกประเภทรถ โดยอัตราเบี้ยเท่าเดิม

พ.ร.บ. ต่างจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจยังไง

คำถามยอดฮิตคือ "พ.ร.บ. ต่างจากประกันชั้น 1 / 2+ / 3 ยังไง" คำตอบสั้นที่สุด: พ.ร.บ. กับประกันภาคสมัครใจไม่ใช่ตัวเลือกแทนกัน — พ.ร.บ. เป็นขั้นต่ำที่กฎหมายบังคับและคุ้มครองเฉพาะคน ส่วนประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3) เป็นความคุ้มครองเสริมที่ขยายไปถึงตัวรถของเราและทรัพย์สินของคู่กรณี

หัวข้อพ.ร.บ. (ภาคบังคับ)ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3)
กฎหมายบังคับไหม✅ รถทุกคันต้องมี❌ เลือกทำตามความเสี่ยงของเรา
คุ้มครองคน (บาดเจ็บ/เสียชีวิต)✅ ทุกฝ่ายที่ประสบภัย ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด✅ เพิ่มวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกให้สูงขึ้น
คุ้มครองตัวรถของเรา❌ ไม่คุ้มครอง✅ ตามชั้น — ชั้น 1 ครบที่สุด
คุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก❌ ไม่คุ้มครอง✅ ทุกชั้น
ราคาอัตรามาตรฐานตามประกาศ คปภ. เท่ากันทุกช่องทางขึ้นกับรุ่นรถ ทุนประกัน อายุรถ ประวัติการขับขี่
ใช้ต่อภาษีรถประจำปี✅ ต้องมี❌ ไม่เกี่ยวกับการต่อภาษี

เงื่อนไขการเลือกที่ใช้ได้จริง: ทุกคันต้องมี พ.ร.บ. เป็นฐานเสมอ — จากนั้นถ้าอยากให้ "รถของเรา" ได้รับความคุ้มครองด้วย (ชนเอง ชนมีคู่กรณี ไฟไหม้ รถหาย) จึงเลือกภาคสมัครใจเสริมตามงบ อ่านรายละเอียดความต่างของแต่ละชั้นได้ที่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3 ต่างกันยังไง เลือกชั้นไหนคุ้ม หรือเช็กเบี้ยประกันภาคสมัครใจของรถคุณได้เลย

ราคา พ.ร.บ. รถยนต์ ตามประเภทรถ

เบี้ย พ.ร.บ. เป็นอัตรามาตรฐานที่กำกับโดยสำนักงาน คปภ. — รถประเภทเดียวกันจ่ายเท่ากันทุกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต ราคาสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้กันมากที่สุด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์แล้ว):

ประเภทรถเบี้ย พ.ร.บ. ต่อปี
รถเก๋ง / รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง645.21 บาท
รถกระบะ / รถยนต์บรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน (ใช้ส่วนบุคคล)967.28 บาท
รถตู้ / รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (ส่วนบุคคล)1,182.35 บาท

ข้อสังเกตที่ช่วยกันพลาด: เพราะเป็นอัตราที่กำกับไว้ ราคา พ.ร.บ. จึงไม่มี "โปรลดราคา" ที่ถูกกว่ามาตรฐานมาก ๆ — หากเจอช่องทางที่เสนอราคาต่ำผิดปกติ ควรตรวจสอบว่าเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจริงก่อนโอนเงินทุกครั้ง

ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ปัจจุบันการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ ออนไลน์ ใช้เวลาไม่กี่นาทีและไม่ต้องเดินทาง ข้อมูล/เอกสารที่ต้องเตรียมมีแค่นี้:

  • สำเนาทะเบียนรถ (หรือข้อมูลจากเล่มทะเบียน): หมายเลขทะเบียน จังหวัด ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และเลขตัวถัง
  • บัตรประชาชนของเจ้าของรถ (เลข 13 หลัก)
  • ช่องทางรับกรมธรรม์ เช่น อีเมลหรือ LINE — กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เป็นหลักฐานได้เหมือนกระดาษ

ขั้นตอนมาตรฐาน 4 ขั้น:

  1. เลือกช่องทางที่ได้รับใบอนุญาต — บริษัทประกันวินาศภัยโดยตรง หรือนายหน้า/ตัวแทนที่มีใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ.
  2. กรอกข้อมูลรถและข้อมูลเจ้าของรถตามรายการด้านบน
  3. ชำระเบี้ยตามอัตรามาตรฐานของประเภทรถ
  4. รับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ — ข้อมูลจะเข้าระบบสำหรับใช้ต่อภาษีรถประจำปีได้

จุดที่ควรวางแผน: พ.ร.บ. ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุ — แนะนำให้ต่อพร้อมรอบภาษีรถประจำปีทุกครั้งจะได้ไม่มีช่วง "รถไม่มีความคุ้มครอง" และหลายคนเลือกจัดการ พ.ร.บ. พร้อมประกันภาคสมัครใจในรอบเดียวกันไปเลย — ดูวิธีเตรียมตัวได้ใน ต่อประกันรถยนต์ ต้องเตรียมอะไร พร้อมวิธีลดเบี้ย หากไม่แน่ใจว่ารถของคุณต้องใช้ พ.ร.บ. แบบไหนหรือควรเสริมความคุ้มครองส่วนไหน ทีมงาน ASN Finance ยินดีให้คำปรึกษาฟรี — ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที

พ.ร.บ. ขาดหรือไม่ต่อ มีผลอะไรบ้าง

ผลของการปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดมี 3 ระดับ:

  1. โทษตามกฎหมาย — เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
  2. ต่อภาษีรถไม่ได้ — ไม่มี พ.ร.บ. = ต่อภาษีประจำปีไม่ผ่าน และหากปล่อยภาษีขาดสะสมเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการจดใหม่
  3. ความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ — หากรถที่ไม่มี พ.ร.บ. ไปก่อความเสียหาย ผู้ประสบภัยยังเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ แต่กองทุนมีสิทธิ์ไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากเจ้าของรถพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย — สุดท้ายภาระกลับมาตกที่เจ้าของรถหนักกว่าค่าเบี้ยรายปีหลายเท่า

เทียบกับเบี้ยรถเก๋งปีละ 645.21 บาท การต่อ พ.ร.บ. ให้ตรงเวลาจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เล็กที่สุดในบรรดาค่าดูแลรถทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ต่อ พ.ร.บ. มีโทษไหม?

มี — เจ้าของรถที่ไม่จัดทำ พ.ร.บ. มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และจะต่อภาษีรถประจำปีไม่ได้ นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างที่ พ.ร.บ. ขาด เจ้าของรถอาจถูกกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายคืนพร้อมเงินเพิ่มอีกด้วย

ต่อภาษีรถยนต์ต้องมี พ.ร.บ. ก่อนไหม?

ต้องมี — กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ใช้ พ.ร.บ. ที่ยังมีผลคุ้มครองเป็นเอกสารประกอบการต่อภาษีรถประจำปีเสมอ ในทางปฏิบัติเจ้าของรถส่วนใหญ่จึงต่อ พ.ร.บ. ก่อนแล้วจึงต่อภาษีในคราวเดียวกัน

ต่อ พ.ร.บ. ล่วงหน้าได้กี่วัน?

ต่อล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุ โดยความคุ้มครองใหม่จะเริ่มนับต่อจากวันสิ้นสุดกรมธรรม์เดิม ไม่ได้เสียวันคุ้มครองไปฟรี การต่อล่วงหน้าช่วยให้ไม่มีช่วงที่รถไม่มีความคุ้มครองและไม่ติดขัดตอนต่อภาษี

พ.ร.บ. คุ้มครองคนขับที่เป็นฝ่ายผิดด้วยไหม?

คุ้มครองเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น — ค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท กรณีเสียชีวิต/สูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ 35,000 บาท รวมไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน ส่วนสิทธิ์ค่าสินไหมทดแทนวงเงินเต็ม (เช่น เสียชีวิต 500,000 บาท) เป็นของผู้ประสบภัยฝ่ายที่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

ชนแล้วเบิก พ.ร.บ. ยังไง ใช้เอกสารอะไร?

แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เข้ารักษาแล้วเก็บใบเสร็จค่ารักษาและใบรับรองแพทย์ จากนั้นยื่นเรื่องกับบริษัทประกันของรถคันที่เกิดเหตุ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย ภายใน 180 วันนับจากวันเกิดเหตุ ค่าเสียหายเบื้องต้นจะได้รับภายใน 7 วันหลังยื่นเอกสารครบโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด

มีประกันชั้น 1 อยู่แล้ว ยังต้องมี พ.ร.บ. ไหม?

ต้องมี — พ.ร.บ. เป็นภาคบังคับตามกฎหมาย ส่วนประกันชั้น 1 เป็นภาคสมัครใจ เป็นคนละส่วนและใช้แทนกันไม่ได้ รถที่ทำประกันชั้น 1 ทุกคันจึงยังต้องต่อ พ.ร.บ. ทุกปีเช่นเดิม และตอนเกิดเหตุ ค่ารักษาพยาบาลของคนจะเบิกจาก พ.ร.บ. เป็นลำดับแรกก่อนส่วนของภาคสมัครใจ

พ.ร.บ. คุ้มครองความเสียหายของตัวรถไหม?

ไม่คุ้มครอง — พ.ร.บ. ดูแลเฉพาะชีวิตและร่างกายของคนที่ประสบภัยจากรถ ค่าซ่อมรถของเรา รถของคู่กรณี และทรัพย์สินอื่นต้องอาศัยประกันภาคสมัครใจ ซึ่งแต่ละชั้นคุ้มครองไม่เท่ากัน อ่านเปรียบเทียบได้ที่บทความประกันรถยนต์ชั้น 1 / 2+ / 3+ / 3

เช็กเบี้ยประกันรถยนต์กับ ASN Finance

พ.ร.บ. คือความคุ้มครองขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด — แต่ตัวรถของคุณยังต้องพึ่งประกันภาคสมัครใจ ASN Finance ในฐานะนายหน้าประกันวินาศภัย ใบอนุญาตเลขที่ ว00027/2548 ช่วยจัดหาแผนประกันรถยนต์ที่เหมาะกับรถและงบของคุณ พร้อมทางเลือกผ่อนเบี้ยประกัน 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ให้ค่าเบี้ยก้อนใหญ่กลายเป็นรายเดือนที่เบาลงโดยไม่ต้องลดความคุ้มครอง (อ่านรายละเอียดได้ที่ ผ่อนค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ไหม)

สนใจเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณได้ที่หน้าประกันรถยนต์ หรือฝากข้อมูลไว้เพื่อสอบถามเรื่อง พ.ร.บ. และความคุ้มครองที่เหมาะกับรถของคุณ — ปรึกษาฟรี ทีมงานติดต่อกลับใน 15 นาที

ตัวเลขความคุ้มครองและอัตราเบี้ย พ.ร.บ. ในบทความอ้างอิงตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและประกาศของสำนักงาน คปภ. เบี้ยประกันภาคสมัครใจขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละบริษัท สอบถามหรือร้องเรียนด้านประกันภัย ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186

แชร์บทความ:LINEFacebook

สนใจทำประกันรถยนต์?

เช็คเบี้ยฟรี ไม่มีข้อผูกมัด ผ่อนเบี้ย 0% ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต